Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15  16  17
18 19 20 21 22 23 24
 25  26 27 28 29 30
 
 
<< Previous
 
     

หอการค้าไทย เปิด “ประตูมังกร” จีน “คุนมั่น-กงลู่” เส้นทางR3 สายไหม แห่งใหม่”

เส้นทาง R3A ได้แก่ เส้นทางที่นับจากไทยไปเริ่มตั้งแต่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ประเทศลาว ห้วยทราย (ตรงข้ามเชียงของ) ไปหลวงน้ำทา บ่อเต็น ชายแดนลาวติดกับจีน เป็นระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร และจากบ่อทานของจีน ผ่านเมืองหล้าและเข้าสู่เชียงรุ้งสิบสองปันนา ประมาณ 190 กิโลเมตร และจากเชียงรุ้งสิบสองปันนาไปนครคุนหมิงอีก 430 กิโลเมตร รวมประมาณ 870 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้างจากไทย ลาว และจีน ร่วมกัน จึงเรียกได้ว่า เชียงราย เชียงของ (ไทย) ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น(ลาว)-บ่อทาน-เมืองหล้า-คุนหมิง(จีน) เส้นทางเส้นนี้ ถือว่า เป็นเส้นทางเศรษฐกิจ ระบบขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ จึงเป็นที่สนใจของนักธุรกิจทุกประเทศหอการค้าไทยบุกสำรวจ

เมื่อวันที่ 24- 28 กันยายน 2551 จังหวัดเชียงรายได้ทำหนังสือเชิญชวน หอการค้าไทยทั่วประเทศและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดโครงการทัวร์ธุรกิจ เพื่อสำรวจเส้นทางการค้า การลงทุน การขนส่งระบบโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ไทย ลาว และจีนตอนใต้ (คุนหมิง) ขึ้น บนเส้นทาง R3 และ R3A จาก กรุงเทพ-เชียงราย-เชียงของ ห้วยทราย หลวงน้ำทา เมืองล่าเชียงรุ้ง และคุนหมิง คณะสำรวจไทย คณะนี้ประกอบด้วยบุคคลซึ่งทำด้านธุรกิจการลงทุนของประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 76 ท่าน โดยมี คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นหัวหน้าคณะ มีคุณธีระพงษ์ อัศวินวิจิตร และ คุณนิยม ไวรัชพานิช ผู้ดำเนินการโครงการ เพื่อสำรวจความพร้อมระบบ โลจิสติกส์ เกี่ยวกับศักยภาพของเส้นทางคมนาคม R3 และ R3A ที่จะมีขึ้นในไม่ช้านี้ นอกจากนั้นจะได้มีการประชุมสัมมนา แลกเปลี่ยนข้อมูลประสบการณ์ ประกอบการตัดสินใจการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศไทย ลาว และจีน ในอนาคตอันใกล้นี้โดยเฉพาะ นิคมอุตสาหกรรมในลาว สิบสองปันนา และการลงทุนในนครคุนหมิง

จาก กรุงเทพ ถึง เชียงราย

โครงการ เริ่มต้นเดินทางเมื่อ ช่วงเย็นวันพุธที่ 24 กันยายน 2551 สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 1140 พาคณะสำรวจทั้งหมดเหิรฟ้าออกจากสนามบินดอนเมือง ร่อนลงสู่สนามบินเชียงราย และพักค้างคืนเพื่อเตรียมตัวสู่ข้ามแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงของไปห้วยทรายแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว

เชียงราย ไปเชียงของ ข้ามแม่น้ำโขงสู่ห้วยทราย

เช้าวันรุ่งขึ้น..วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2551 เดินทางโดยรถยนต์ ไปอำเภอเชียงของ ผ่านการตรวจของด่านเรียบร้อยแล้ว นั่งเรือข้ามฝั่งแม่น้ำโขง ก็เป็นดินแดนลาวชื่อว่า “ห้วยทราย” ทันทีก้าวแรกเท้าของคณะสำรวจฯ แตะพื้นดินลาว คุณวิชัย วิทยฐานกรณ์ นักธุรกิจไทย ที่มาบุกเบิกแสวงหาแหล่งทำกินให้ “คนไทย” คอยต้อนรับอยากอบอุ่น และมิตรภาพประทับใจ คุณวิชัย ได้มาท่องเส้นทาง R3,R3A เป็นแรมปีมาแล้ว, จัดตั้งบริษัท ฟ้าไชโย จำกัด ทำกิจการแพขนานยนต์บรรทุกรถสินค้าและรถยนต์ข้ามฟากระหว่าง ไทย-ลาว และ เปิดกิจการร้านอาหารไทย-ลาว ริมท่าเรือห้วยทราย ชื่อว่า ร้าน”มายลาว” พร้อมทั้งโรงแรม และช่วยเหลือสังคมการศึกษาให้ลาว โดยการเข้าไปพัฒนา “โรงเรียนชนเผ่า” ซึ่งมีโอกาสจะทำเสนอแนวทางในโอกาสหน้า

น้ำชา กาแฟ เครื่องดื่ม จากภัตตาคาร “มายลาว” ได้ทำหน้าที่ต้อนรับคณะสำรวจ และได้รับความรู้เบื้องต้นจากคุณวิชัย แล้ว ก็ออกเดินทางตามเส้นทาง R3A ซึ่งถือว่า ริมฝั่งโขงห้วยทรายนี้แห่ละที่เป็นจุดเริ่มจาก R3A โดยรถยนต์ เข้าสู่บรรยากาศของ “เหมืองแร่ลิกไนท์” ที่อยู่ในเขตแขวงหลวงน้ำทา ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งพืชพันธุ์ ธัญญาหาร และแร่ธาตุต่างๆ

สำรวจแร่ธาตุลิกไนท์”หลวงน้ำทา”

คุณนพพร ประโยชน์เจริญผล ผู้อำนวยการบริษัทขุดค้นถ่านหินเวียงคูคา จำกัด เป็นผู้นำเสนอองค์ความรู้ ซึ่งเหมืองถ่านหินลิกไนท์แห่งนี้ บริษัทคนไทยได้รับการสัมปทาน จากประเทศลาว เป็นเวลา 20 ปี โดยบรรทุกถ่านหินลิกไนท์ส่งไปให้บริษัท ปูนนครหลวง จำกัด จังหวัดสระบุรี ประเทศไทเรานี่เอง จากนั้น คุณประมนต์ สุธีวงศ์ หัวหน้าคณะสำรวจฯ ได้พาผู้ประกอบการเข้าเยี่ยมคารวะ ท่านพิมมะสอน เหลืองคำมา (MR.Phimmasone Leuangkhamma) เจ้าแขวงหลวงน้ำทา ณ ที่ทำการเจ้าของหลวงน้ำตา เจ้าแขวงหลวงน้ำทา ได้บรรยายข้อมูลเบื้องต้นและแนวทางการลงทุนทำธุรกิจให้ฟังว่า หลวงน้ำทา มีพื้นที่ 1,325 ตารางกิโลเมตร ติดกับจีน 140 กิโลเมตร ติดกับพม่า 130 กิโลเมตร ประชากรโดยเฉลี่ย 16 คนต่อตารางกิโลเมตร มีด่านตรวจคนเข้าเมืองและสินค้าที่ “บ่อเต็น” ซึ่งติดกับจีนตรงบ่อทานที่จะไปสู่เมืองสิบสองปันนา เชียงรุ้ง (จิ่งหง) ตรง “บ่อเต็น” แนวชายแดนจะมีบ่อน”คาสิโน”ขนาดใหญ่ และอาณานิคมครบวงจรล้อมรอบด้วยภูเขาและป่าไม้ จีน “มาเก๊า” มาขอเช่าสัมปทาน 90 ปี

เจ้าแขวงหลวงน้ำทา ยังพรรณนาอธิบายต่อไป ภูมิอากาศเป็นธรรมชาติสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก เช่น ข้าว อ้อย เป็นต้นยางพารา และเลี้ยงสัตว์ประเภท วัว ควาย ช้าง มา หมู ไก่ มีแม่น้ำหลายสาย อุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น ถ่านหิน เหล็ก ทองแดง และทองคำ มีการรักษาวัฒนธรรมของชนเผ่าไว้อย่างแน่นแฟ้น เป็นที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ประชาชนลาวยังมีการศึกษาระดับต่ำขาดแคลนบุคลากรในการพัฒนาประเทศ รายได้เฉลี่ยต่อคน 451 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปีผู้แทนจากหอการค้าจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึง การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหอการค้าภาคเหนือไทยกับลาว ว่าจะผลักดันให้ลาวเป็นศูนย์กลางด้าน”โลจิสติกส์” โดยเร็ว และเรื่อง E-Commerce ในลาว ส่วนเรื่องการพัฒนาบุคลากร หอการค้าเชียงรายได้เคยส่งเจ้าหน้าที่ไปพัฒนาฝีมือมาแล้ว 1 ครั้ง และจะกระทำต่อเนื่อง นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จะให้ทุนกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมลาว 2 ท่าน เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย

สำหรับเส้นทาง R3 A ญี่ปุ่นกับไทย จะร่วมมือกับพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ตามแนวเส้นทาง และจะสร้างศูนย์ One Stop Service เพื่อบริการผู้เดินทางได้มีที่พัก ห้องน้ำ เติมน้ำมัน ร้านอาหาร ไว้อำนวยความสะดวก เรื่องนี้คงจะต้องประชุมกันให้เป็นรูปธรรมต่อไป

สิบสองปันนา แห่งขุมทอง เช้าของ วันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2551 ทุกคนสดชื้นด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว แวดล้อมด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ของธรรมชาติ เริ่มสายหน่อย คณะสำรวจฯ ออกเดินทางจากด่านบ่อเต็นสู่เมืองหล้าประมาณ 50 กิโลเมตร เมืองนี้แค่แวะชมดูสภาพทั่ว ๆ ไป และตรงเข้าสู้ “เมืองจิ่งหง” (เชียงรุ้ง) สิบสองปันนา ดินแดนแห่งนกยูง ชนเผ่าไทลื้อ หารค้าวานิช เศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือตอนใต้ทางจีนนี่คือ “ประตูมังกร” ของจีนโดยแท้จริง

ภัตตาหาร “ข้าวหอม” ของคุณวิชัย วิทยฐานกรณ์ ที่มาเปิดกิจการในเมืองเชียงรุ้งได้มีโอกาสต้อนรับ และโรงแรม 5 ดาว มีหลายแห่ง

นาง ดาว หลินงิ้น (Mrs. Dao Linyin) สุภาพสตรีเชื้อสายจีน “ไทลื้อ” ในฐานะผู้ว่าการเมืองสิบสองปันนา ได้ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจ ณ Golden Zone Hotel. ผู้ว่าการเมืองสิบสองปันนา พร้อมทั้งผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมสิบสองปันนา ได้ให้ข้อมูลว่า สิบสองปันนาอยู่ใต้ที่สุดของจีน ถือว่าเป็นจุดผ่านเส้นทาง R3 ที่สำคัญที่จะไปสู่ประเทศทางแดนใต้ของภูมิภาคอาเซียน มีพื้นที่ 19,000 ตารางกิโลเมตร ประชากร 1,064,500 คน ประกอบด้วยชนเผ่ามากกว่า 13 ชนเผ่า เป็นไทลื้อ 33 % ชาวจีน 33 % และชาวเผ่าอื่น ๆ มีการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

นิคมอุตสาหกรรมสิบสองปันนา มีทั้งหมด 3 แห่ง คือ

1. นิคมอุตสาหกรรมจิ่งหง เป็น 1 ใน 30 นิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญของมณฑลยูนาน พื้นที่ 40 % เป็นนิคมอุตสาหกรรม ที่เหลือพัฒนาเมืองให้ทันสมัย ทั้งด้านสาธารณูปโภค และการขนส่งโลจิสติกส์ มีจำนวนบริษัทไม่ต่ำกว่า 95 บริษัทที่ทำสัญญาลงทุน เป็นศูนย์กลางของไทย ลาว และจีน

2. นิคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จัดตั้งขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2536 เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อธรรมชาติเขตร้อน เน้นการรักษาระบบนิเวศน์ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเหมาะในการลงทุนจากต่างประเทศ กำลังมีความต้องการอย่างสูง เช่น ด้านสาธารณูปโภค ห้างสรรพสินค้า ภัตตาหาร โรงแรม โดยเฉพาะนักลงทุนประเทศไทย เพราะจีนนั้นถือว่าประเทศไทยเป็นที่พึ่งพาของชาวจีนจากโพ้นทะเลมาอาศัยอยู่มาก

3. นิคมพัฒนาเศรษฐกิจ ชาวแดนโม่ฮาน (บ่อหาน) ดังที่กล่าวข้างต้นแล้ว บ่อเต็นของลาวติดกับบ่อหานชาวจีน มีการค้าแถบชายแดนคึกคักมาก จะจัดตั้งด่านตรวจสากลไว้อำนวยความสะดวกแก้ผู้เดินทาง ไม่ให้เกิดความยุ่งยาก

ผู้ว่าการเมืองสิบสองปันนา ยังเชิญชวนให้นักธุรกิจชาวไทยมาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมของจิ่งหง โดยจะมีการโปรโมชั่น ลงภาษีเก็บได้ทุกประเภท เช่น ลงทุน 2 ปีแรกไม่เก็บภาษี ยกเว้นภาษีท้องถิ่น 3 % ภาษีเครื่องจักรและภาษีอุตสาหกรรมไฮเทค ลดเหลือ 15 %

สิบสองปันนานั้นเหมาะกับไทยในทางร่วมมือมากด้านเกษตรชีวภาพ แปรรูปสินค้าเกษตรกรรม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นอกจากนั้นเชิญชวนให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าชายแดนสิบสองปันนา ครั้งที่ 11 งานวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขง 4 ประเทศ ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 12-16 ตุลาคม 2551 มีการพัฒนาสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมใบชา แพทย์แผนไทลื้อและสมุนไพร ข้อมูลสารสนเทศ ป่าไม้ แร่ธาตุ อาหารผลไม้ ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ มากมาย จาก 400 กว่าร้าน (บูธ) จากประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

เส้นทาง R3 “มังกรผวาดฟ้า”

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2551 เป็นการเดินทางตลอดทั้งวันที่อยู่บนเส้นทาง R3 เชียงรุ้ง- คุนหมิง ระยะทาง 430 กิโลเมตร เส้นทาง R3 นี้ได้รับขนานนามว่า “ทางด่วนลอยฟ้า” เนื่องจากเส้นทางได้มีการตัดผ่านขุนเขาสูงเสียดฟ้า และอุโมงค์ กว่า 32 อุโมงค์ ยาวตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป มีการสร้างสะพานเชือมต่อระหว่างไหล่เขา ตัดเส้นทางให้สั้นกระชับที่สุด เพราะเป็นเส้นทางสู่อาเซียน ระหว่างทางมีปั้มน้ำมันห้องน้ำ ที่พักรถ จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ถนนดีมาก จีนลงทุนสร้างของ๕ณะสำรวจ ฯ ทดลองซื้อผลไม้คล้ายแตงโม แต่ผิวสีส้ม เนื้อเหมือนมันแก้ว ราคา 10 หยวน ตัดแจกกันปรากฏว่ารสชาติ “เจี๊ยะบ่ได้” ผลไม้ไทยเหนือกว่ามาก

นครคุณหมิง ศูนย์บัญชาการรบ “เม็ดเงิน”

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551 วันสุดท้ายของการเดินทางสำรวจ พักที่ “นครคุนหมิง” เมืองหลวงของมณฑลยูนาน ช่วงเช้ามีการประชุมสัมมนา และช่วงบ่ายชมสถานที่ท่องเที่ยว ช่วงเย็นบินกลับกรุงเทพ นายลิ เวนรอง (Mr. Li Wemrong) รองนายกเทศมนตรีนครคุณหมิง และผู้บริหารระดับสูงของคุณหมิง ให้การต้อนรับและแนะนำข้อมูล ณ โรงแรม KAWAH “นครคุณหมิง” เป็รเมืองท่องเที่ยวที่สวยงาม มีพื้นที่ 15,561 ตารางกิโลเมตร ประชากร 5.8 ล้านคน เป็นชาวฮั่น 73.4 % ที่เหลือ 26.6 % เป็นชนกลุ่มน้อย 25 กลุ่ม เป็นกลางด้านการค้า และการลงทุนของยูนาน อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ผลิตเครื่องมือ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปอาหาร และใบยาสูบ จัดระบบศุลกากร ตรวจสอบสินค้าแบบม้วนเดียวจบเรียกว่า One Stop Service โดยเฉพาะเส้นทาง R3A